Breaking News

“วีระ” สั่งผู้บริหาร วธ. ปรับโฉมแผนงานวิจัย ปี 60 – 61 ให้สอดรับศาสตร์พระราชา ยุทธศาสตร์ 20 ปี นโยบาย 4.0 แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับ 12

DSC_2817

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานวิจัยตามนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม และของรัฐบาลโดยได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานของ วธ. ไปปรับปรุงแผนงานและโครงการวิจัย ในปี 2560-2561 ให้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีของรัฐบาล รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และศาสตร์พระราชาในส่วนที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและพระราชดำรัสด้านวัฒนธรรมของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงยุทธศาสตร์ด้านวัฒนธรรม ระยะ 20 ปี เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจงานวิจัยในภาพรวมของ วธ.ก้าวไปในทิศทางเดียวกัน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านนโยบายและบริหารงานวัฒนธรรมได้ ที่สำคัญช่วยตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

DSC_0008

รมว. กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการกำหนดแผนงานวิจัย โดยมุ่งเน้นการนำงานวิจัยและนำข้อมูลจากการวิจัยมาใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนภารกิจในภาพรวมทั้งระดับกระทรวงและระดับหน่วยงานได้อย่างแท้จริง โดยมุ่งอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิม และพัฒนาต่อยอดให้เหมาะสมกับยุคสมัยใหม่ช่วยสร้างรายได้และภาพลักษณ์ที่ดีแก่ประเทศ อาทิกรมการศาสนา (ศน.) ควรทำวิจัยเรื่องความร่วมมือด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ควรทำการวิจัยแนวทางการบริหารศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยหลังปรับปรุงใหม่ หรืองานวิจัยเกี่ยวกับชุมชนต่างชาติในไทย และงานวิจัยเกี่ยวกับเมืองแห่งอาหารของประเทศไทย รวมทั้งงานวิจัยเกี่ยวกับการแสดงของศิลปินพื้นบ้าน อาทิ หมอลำ ลิเก และงิ้วในไทย  ในมิติวัฒนธรรมและการสร้างรายได้เข้าประเทศ เป็นต้น

DSC_2867

รมว.วธ. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ควรทำวิจัยเกี่ยวกับชุดไทยร่วมสมัย และงานวิจัยเรื่องศิลปร่วมสมัยกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์  ขณะที่กรมศิลปากร (ศก.) ก็น่าจะทำวิจัยการพัฒนาชุดโขน การพัฒนาการให้บริการของแหล่งเรียนรู้ เช่น หอสมุดแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ  และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (สบศ.) ควรวิจัยการมีงานทำและรายได้ของนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์ที่เรียนจบ สบศ. ส่วนศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ควรทำวิจัยน้ำใจในเมืองท่องเที่ยว การสร้างความปรองดองด้วยมิติทางวัฒนธรรม ขณะที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ก็ควรวิจัยตลาดและโอกาสของภาพยนตร์ไทยในเวทีโลก การนำศิลปวัฒนธรรมไทยมาสร้างภาพยนตร์   แอนิเมชั่น เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ เป็นต้น

“อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้แต่ละกรมกลับไปทบทวน การจัดทำงานวิจัย ในการนำมาใช้ในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงทั้งระบบ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานวัฒนธรรมในมิติต่างๆ” รมว.วธ. กล่าว