Breaking News

น้อมเกล้าฯ ถวายพระราชกุศล ด้วยอานิสงส์แห่งกฐินทาน

64721

บ้านปางพระราชทาน” เป็นชื่อชุมชนของชาวหมู่ 15 ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียง แดนดินถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลความเจริญ ประชากรในพื้นที่มีหลากหลายชนเผ่า อาทิ ไทยเมือง ไทลื้อ ไทใหญ่ อาข่า อีก้อ ฯลฯ ถึงแม้จะมีความต่างทางชาติพันธุ์ชนเผ่า แต่ทุกคนต่างก็เป็นคนไทยที่มี “พระมหากษัตริย์ภูมิพล” เป็นสิ่งเคารพเทิดทูนเหนือหัว และยังนับถือศาสนาเดียวกันอีกด้วย คือ พระพุทธศาสนา มี “วัดพระธาตุนางคอย” เป็นแหล่งบ่มเพาะศีลธรรมจรรยา

64225

การทำนาข้าว ไร่ข้าวโพด ไร่หอม กระเทียมตามฤดูกาล เป็นอาชีพหลักของชาวบ้านปางพระราชทาน แม้จะขัดสนขาดแคลนอยู่บ้าง แต่ทุกครัวเรียนต่างก็มีความสุขภายใต้การน้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พืชไร่สวนผสม พอกิน พออยู่ พอมี มาประพฤติปฏิบัติ  

ความสำนึกในพระมหากรุณาเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ รวมถึงความเศร้าโศกสลดอย่างสุดอาลัยได้บังเกิดขึ้นในความรู้สึกของชาวบ้านปางพระราชทานทุกคนในทันทีทันใด เมื่อได้ทราบข่าว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่สัปดาห์พวกเขายังมีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้นในพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อได้รับแจ้งจากท่านอธิการครูบาเจ้าวัทศิลป์ ปัญญาวโร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุนางคอย ว่า พิธีทอดกฐินในปีนี้ทางเจ้าภาพได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน “ผ้าพระกฐิน” ให้เจ้าภาพผู้จองกฐินนำมาทอดถวายในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 12

21176

จึงนับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่ผู้คนทุกชนเผ่าจักได้ร่วมใจกันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและบำเพ็ญกุศล “มหาทานกฐิน” อุทิศถวายแด่องค์เหนือหัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช อย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งเมื่อใกล้กำหนดวันทอดผ้าพระกฐิน ชาวบ้านปางพระราชทานรวมทั้งประชาชนในหมู่บ้านตำบลใกล้เคียงต่างก็ร่วมแรงร่วมใจจัดแต่งพื้นที่วัดเพื่อเตรียมงานกฐินอย่างสมบูรณ์

65327-001

ในช่วงเย็นของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน ครูอาจารย์ ต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยความเรียบร้อยสวยงาม(ไว้ทุกข์) ตามรูปแบบของแต่ละชนเผ่า จัดตั้งขบวนรอคอยคณะผู้เชิญ “ผ้าพระกฐินพระราชทาน” ณ บริเวณถนนทางขึ้นสู่วัดพระธาตุนางคอย เมื่อท่านประธานองค์กฐิน “ท่านเศรษฐี กาญจนวิสิษฐผล” และท่านกัญญารัตน์ กาญจนวิสิษฐผล พร้อมครอบครัว นางสาววิรินทรทรา (คุณปอ) นาทองบ่อจรัส กก.ผจก. บริษัท ๓๖๐ องศา เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด  ผู้ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐิน และคณะเดินทางมาถึง จากนั้นจึงเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานขึ้นสู่พานแว่นฟ้า ขบวนนำเครื่องบริวารกฐินเคลื่อนขึ้นสู่วัดพระธาตุนางคอย โดยมีประชาชนจำนวนมากตั้งแถวรอรับนำเข้าสู่ศาลาวิหารเพื่อประกอบพิธีสมโภชองค์กฐินตามประเพณี

64715

ต่อมาในเวลา 19 นาฬิกา ที่ลานหน้าศาลาวิหาร ประธานองค์กฐิน “ท่านเศรษฐี” ทำพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ปวงประชาทั้งมวล ณ ที่นั้นร่วมขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ดังกึกก้องเลือนลั่นไปทั้งบริเวณ ก่อนจะเป็นพิธีสู่ขวัญตามประเพณีล้านนา และพิธีสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์สมโภชทำนองเหนือ

65279

เช้าของวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 08.59 น. คณะประธานองค์กฐินพร้อมด้วยประชาชนชาวบ้านปางพระราชทาน และชาวชุมชนใกล้เคียงเข้าสู่ที่นั่งในพิธี โดยมีท่านนายอำเภอแม่ฟ้าหลวง นายกกิ่งกาชาดแม่ฟ้าหลวง ประธานสภาวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง ให้เกียรติร่วมในพิธี ประธานองค์กฐินเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานกล่าวถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช  กล่าวถวายผ้าพระกฐินแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์กล่าวคำกรานกฐิน อปโลกน์และสวดญัตติทุติยกรรม คณะเจ้าภาพถวายเครื่องบริวารกฐิน พระสงฆ์ถวายพรพระตามลำดับ ระหว่างนั้นท่านประธานองค์กฐินได้นำเงินปัจจัยในพานเข้าถวายแด่เจ้าอาวาส พิธีกรประกาศจำนวนเงินสมทบเป็นบริวารกฐินครั้งนี้รวม 3 ล้าน 2 แสนบาทเศษ พลันเสียงสาธุ ๆ ๆ อนุโมทนาสาธุการดังกึกก้อง

64778

ชวนให้ระลึกถึงโครงสร้างของศาลาวิหาร ปัจจุบันยังอยู่ในสภาพที่ค้างคาสร้างไม่เสร็จมานานมากแล้ว กระเบื้องหลังคาก็ยังมุงไม่ครบ ต้องใช้ผ้าพลาสติกขึงคลุมกันแดดกันฝน ซึ่งนับจากนี้คงจะแล้วเสร็จโดยเร็วอันจะยังประโยชน์ต่อการทำสังฆกรรมของสงฆ์ และยังประโยชน์ต่อผู้เข้ามาทำบุญ ฟังเทศน์ฟังธรรม และประกอบพิธีกรรมทางศาสนานานาประการ สาธุ

การทอดกฐินนี้เป็นกาลทาน ปีหนึ่งทำได้ครั้งเดียว วันหนึ่งทำได้ครั้งเดียว ในปีหนึ่ง ๆ ต้องทำภายในกำหนดเวลา คือ ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 และผู้ทอดก็ต้องตระเตรียมทำเป็นงานใหญ่ ต้องมีผู้ช่วยเหลือหลายคน จึงนิยมเรียกกันว่าเป็นพิธีบุญที่ “อานิสงส์แรง” นับเป็นมหาทาน ผู้ทอดกฐินจักได้ทั้งโภคสมบัติ เพราะตนเองเป็นผู้บริจาค ได้ทั้งบริวารสมบัติ เพราะได้บอกบุญแก่ญาติมิตรให้มาร่วมการกุศล

64716-001

ดังในนรชีวกฐินทานชาดก ได้เล่าเรื่องที่พระพุทธองค์เมื่อครั้งเสวยพระชาติเกิดเป็นนายนรชีวะ อยู่ในครอบครัวยากจน แต่เป็นลูกกตัญญูเลี้ยงดูมารดา ได้ชักชวนเศรษฐีที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าพระนามว่า “ปทุมุตตร”  ชวนให้เศรษฐีมีศรัทธาถวายผ้ากฐินแก่พระภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เศรษฐีมีความยินดีได้จัดกฐินไปถวายพระภิกษุสงฆ์ และได้ทูลถามพระพุทธเจ้าถึงผลหรืออานิสงส์แห่งการถวายผ้ากฐิน พระปทุมุตตรสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสว่า

เย ชนา สุขมิจฺฉนฺตา ทตฺวาน กฐินจีวรํ เตปิ ทุกฺขา ปมุญฺจเร เทวมนุสฺเสสุ ปตฺวา นรกาทิมฺหิ น ชายนฺติ กฐินทานสฺสิทํ ผลํ ”

แปลได้ว่า “บุคคลเหล่าใด ปรารถนาหาความสุขนั้น ได้ถวายผ้ากฐินจีวรไว้ บุคคลเหล่านั้นจะพ้นจากความทุกข์ เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ก็ย่อมจะถึงความสุขในหมู่เทวดาและมนุษย์ และจะไม่ไปเกิดในอบายภูมิมีนรกเป็นต้น นี้เป็นผลแห่งกฐินทาน”

21177

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมถวายอานิสงส์นี้เป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐหาที่สุดมิได้

 

ณ. หนูแก้ว