Breaking News

ข่าวออกอากาศวันพุฤหัสบดีที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๗

ข่าวออกอากาศวันพุฤหัสบดีที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๗

ข่าวออกอากาศวันพุฤหัสบดีที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๗  รายงานโดยสำนักข่าวTBC NEWS :สมาคมสื่อมวลชนพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยแห่งชาติ (สพวช.) …เพื่อสถานีวิทยุพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเครือข่ายวิทยุชุมชนทั่วประเทศ… ขอขอบคุณข้อมูลจาก ผู้สื่อข่าว สำนักข่าวและแหล่งข่าวต่างๆ ทุกแห่งและทุกท่าน… www.tbcnews.org

...***************************************************

     นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย =  ผู้อื่นพึงทำให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ไม่ได้

***************************************************

ประมวลข่าวทั่วไทย

สรุปข่าวเด่นรอบวัน ประจำวันที่ 9 มิ.ย.59 ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น

ข่าวพระพุทธศาสนา

มหาสารคามบรรพชาอุปสมบท 79 รูปเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัว

ที่วัดมหาชัย วันนี้(9 มิ.ย.) พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมหาสารคาม จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุ 79 รูป เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 โดยมีนายเมธี สุพรรณฝ่าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระเทพสิทธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพุทธศาสนิกชน ญาติพี่น้องของผู้เข้าร่วมอุปสมบทประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบท

โครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุ 79 รูปโดยจังหวัดมหาสารคามร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดจัดขึ้น ถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2559 รวม 16 วัน โดยเปิดโอกาสให้ชายไทยทั่วประเทศได้แสดงความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวที และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการเข้าร่วมในการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุ จำนวน 79 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผู้ว่าฯ มหาสารคาม นำหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาว ร่วมพิธีบวงสรวงบูชามเหศักดิ์หลักเมือง ในงานบุญซำฮะ เฉลิมฉลอง 150 ปี มหาสารคาม สร้างความสมานฉันท์

นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงมเหศักดิ์หลักเมือง ในการจัดงานบุญซำฮะ เฉลิมฉลอง 150 ปี เมืองมหาสารคาม ระหว่างวันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2559 โดยมีพราหมณ์เป็นผู้นำประกอบพิธีบวงสรวง จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามได้ทำพิธีผูกผ้า ปิดทองศาลหลักเมือง ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมทำการบูชาศาลหลักเมืองจำนวนมาก ก่อนจะมีพิธีทำบุญตักบาตร และพิธีปัดรังควาน ในวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2559

งานบุญซำฮะ เฉลิมฉลอง 150 มหาสารคาม กำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2559 ณ บริเวณหอพระประทานกันทรวิชัย หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม โดยในช่วงเย็นวันนี้(9 มิ.ย.59)ตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น. มีพิธีสะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตา เวลา 18.09 น.พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เวลา 19.39 – 21.00 น.พิธีปฏิบัติธรรม ส่วนในวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน เวลา 07.00 น. มีพิธีทำบุญตักบาตร และเวลา 09.00 น. จะเริ่มพิธีปัดรังควานที่บริเวณหอพระกันทรวิชัย จากนั้นหัวหน้าส่วนราชการ พระสงฆ์ ผู้นำชุมชน จะพร้อมกันไปสู่บริเวณแยกสี่มุมเมือง ประกอบด้วย แยกแก่งเลิงจาน แยกบ้านหม้อ แยกบ้านท่าประทาย และแยกพลศึกษา เพื่อประกอบพิธีปัดรังควานในสี่แยกสี่มุมเมืองดังกล่าวด้วย

สำหรับประเพณีบุญซำฮะ หรือ บุญเดือนเจ็ด เป็นประเพณีงานบุญที่ชาวอีสานจัดขึ้น เพื่อเป็นการทำบุญชำระจิตใจให้สะอาด ปัดเป่าขับไล่สิ่งไม่เป็นมงคลออกไปจากหมู่บ้าน ชุมชน ทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลอยู่เย็นเป็นสุข เกิดความสมานฉันท์ โดยทั่วไปจะมีการทำบุญรักษาศีลและให้ทาน มีการเซ่นสรวงศาลหลักเมือง หลักบ้าน ปู่ตา ผีตาแฮก ผีเมือง เป็นการทำบุญระลึกถึงผู้มีพระคุณ มีการปลุกเสกกรวด หิน ดิน ทราย เพื่อนำไปปัดเป่าสิ่งรังควาน สิ่งไม่ดีออกจากบ้านเรือน ชุมชน หมู่บ้าน โดยคำว่า ซำฮะ ในภาษากลางเรียกว่า ชำระ หมายถึงการ ล้างให้สะอาด บุญซำฮะ มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนเจ็ด จึงเรียกว่า บุญเดือนเจ็ด

จังหวัดปทุมธานี จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสมหามงคล เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559

วันนี้ (9 มิ.ย.59) เวลา 15.00 น. ที่วัดเขียนเขต พระอารามหลวง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานี ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิ.ย. 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559 โดยพระเทพรัตนสุธีเจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยพระภิกษุ – สามเณร รวม 199 รูป สวดเจริญชัยมงคลคาถา ขอให้พระองค์ทรงมีพระเจริญยิ่งยืนนาน

วัดพระธรรมกายเจริญพระพุทธมนต์ถวายในหลวง

เวลา 15.00 น.วันที่ 9 มิ.ย. คณะสงฆ์ธรรมกายนำประชาชน จำนวนกว่า  20,000 คน เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี วันที่ 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ วันที่ 12 สิงหาคม 2559 ที่ห้องแก้วสารพัดนึก สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2559 ศิษย์วัดพระธรรมกายและพุทธบริษัทต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และตามมติมหาเถรสมาคม จึงจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ภายในพิธีได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย เป็นประธานสงฆ์ นอกจากนี้ คณะสงฆ์ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยโสธร ชุมพร กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี ได้เดินทางมาร่วมพิธีครั้งนี้ด้วย โดยสวดบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีลและอาราธนาพระปริตร จากนั้น คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ประธานสงฆ์นำเจริญจิตตภาวนา ถวายพระพร เป็นอันเสร็จพิธี

วันที่โพสข่าว : 9 มิย. 2559 เวลา 17:00 น.

พสกนิกรชาวมุกดาหาร บวงสรวงพญานาคสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ลำน้ำโขง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พสกนิกรชาวจังหวัดมุกดาหาร จัดทำพิธีบวงสรวงองค์ปู่พญานาคสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ลำน้ำโขง พร้อมใจถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559

วันนี้ (8 มิ.ย. 59) ที่บริเวณศาลปู่พญานาคใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ตำบลบางทราย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อ.สมเดช ตั้งจิตนุสรณ์ ประจำสำนักราชวังพิเศษ นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้นำพสกนิกรชาวมุกดาหาร พร้อมผู้เจริญศีลผู้เจริญธรรมจากทั่วสาระทิศ ร่วมพิธีบวงสรวงปู่พญานาคสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวมุกดาหารให้ความเคารพนับถือ เพื่อรับเครื่องสังเวยบูชา และขอขมา ขอพรพญานาค ตามความเชื่อของชาวมุกดาหารที่ว่า การได้ร่วมกันทำบุญบูชาพญานาค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นเสมือนการได้อุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร โดยในพิธีได้จัดให้มีการเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยด้วย

ซึ่งการจัดทำพิธีบวงสรวงองค์ปู่พญานาคสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ลำน้ำโขงในครั้งนี้ พสกนิกรชาวมุกดาหารที่มาร่วมงานต่างพร้อมใจกัน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 เพื่อเป็นการแสดงออกแสดงออกถึงความจงรักภักดี ที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ พร้อมทั้งให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง

คณะกรรมการติดตามประเมินตรวจเยี่ยม โครงการ “หมู่บ้านรักษาศีล 5” จังหวัดอำนาจเจริญ ระยะที่ 3

ที่วัดบ่อชะเนง อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ พระเทพรัตนากร เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคณะกรรมการพร้อมด้วยคณะกรรมการลงพื้นทีตรวจติดตามผลดำเนินงานโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5”ระยะที่ 3 โดยมีนายมนัธสะวัชร์ บุญสมวัฒนวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พระราชปรีชาญาณมุนี (หลอม มหาวิริโย)เจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ ถวายการต้อนรับ สืบเนื่องจาก ในปี พ.ศ.2558 จังหวัดอำนาเจริญ ได้จัดทำ MOU ในการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ระหว่างคณะสงฆ์กับส่วนราชการ หน่วยงาน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรเอกชนทุกแห่งในพื้นที่ ให้สมัครเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 จนถึงปัจจุบัน

จังหวัดอำนาจเจริญ ได้จัดแผนงานในการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ระยะที่ 3 ดังนี้

  1. โครงการฝีกอบรมผู้นำก้าวหน้าพัฒนาท้องถิ่นตามอุดมการณ์แผ่นดินธรรมทอง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักสูตรสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” จำนวน 7 อำเภอ ๆ ละ 1 รุ่น ระหว่างวันที่ 6 มีนาคม 2559 ถึงวันที่ 24 เมษายน 2559 หลักสูตร 3 วัน 2 คืน ผู้เข้าอบรมประกอบด้วย ผู้นำหมู่บ้าน ครู ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหมู่บ้าน ผู้นำนักเรียน และประชาชนทั่วไป รุ่นละ 60-100 คน ได้รับการสนับสนุนจากส่วนราชการ หน่วยงาน สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นอย่างดี ผลการดำเนินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
  2. การประชุมสัมมนาเจ้าอาวาสวัดเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 จำนวน 7 อำเภอๆ โดยกำหนดแนวทางการรณรงค์ให้มีการอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมในวันธรรมสวนะ เช่น การแต่งงกายชุดสีขาวหรือชุดผ้าพื้นเมืองเข้าวัด , การจัดพิธีทำบุญตักบาตร , การแสดงธรรมเกี่ยวกับการรักษาศีล 5 , การปฏิบัติธรรมการตีกลองบอกเวลาแบบโบราณ , การลงทะเบียนของผู้เข้าร่วมกิจกรรม และ การคัดเลือกวัดต้นแบบการจัดกิจกรรมหมู่บ้านรักษาศีล 5 นอกจากนี้ยังมีการ การจัดนิทรรศการแสดงผลงานการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ระดับอำเภอในทุกอำเภอ พร้อมกับการคัดเลือกวัดที่มีผลงานการขับเคลื่อนโครงการดีเด่นเพื่อรับรางวัลและประกาศเกียรติคุณ

ประกาศิต สุวะทอง/ข่าว/ภาพ /สุรพล บุตรวงศ์ ปชส.อจ./บก.ข่าว

 

ข่าวภัยพระพุทธศาสนา

แพทยสภาเรียกข้อมูลผลตรวจ”ธัมมชโย” หากไม่ให้ ตัดสินทันทีป่วยเก๊

ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ซึ่งมีวาระเกี่ยวกับการตั้งอนุกรรมการจริยธรรมชุดพิเศษตรวจสอบข้อเท็จจริงการออกใบรับรองแพทย์อาการอาพาธของพระเทพญาณมหามุนีหรือพระธัมมชโย หลังจากมีการร้องเรียนต่อแพทยสภาให้ตรวจสอบใบรับรองแพทย์เป็นเท็จหรือไม่ว่า อนุกรรมการจริยธรรมฯจะเชิญแพทย์ที่ถูกร้องเรียนเข้ามาให้ข้อมูล และจะเรียกข้อมูลเอกสารหลักฐานการตรวจพระธัมมชโยทั้งผลเลือด ผลอัลตราซาวด์ และผลเอ็กซเรย์ จากคลินิกสหรัตนเวช และแพทย์ที่ออกใบรับรงแพทย์ ซึ่งจะทำให้สามารถบอกได้ว่าคนไข้มีอาการป่วยจริงตามที่มีกการระบุในใบรับรองแพทย์หรือไม่ แพทยสภาไม่จำเป็นต้องเข้าไปตรวจคนไข้เอง
“แพทยสภามีอำนาจตามกฎหมายที่จะเรียกข้อมูลคนไข้จากคลินิก โรงพยาบาลและ แพทย์ได้หากมีความจำเป็นต้องมีการตรวจสอบ หากวัดพระธรรมกายหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ยื่นหลักฐานการตรวจให้แพทยสภาตามที่ร้องขอไป แพทยสภาก็จะตัดสินทันทีว่าใบรับรองแพทย์อาการอาพาธของพระธัมมชโยเป็นเท็จ พระธัมมชโยไม่ได้ป่วยจริง เพราะถือว่าไม่มีหลักฐานมายื่นเพื่อแสดงว่ามีอาการป่วยตามที่ใบรับรองแพทย์ระบุไว้ โดยแพทย์จะมีต้องโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นแพทย์รักษาคนไข้ และหากข้อมูลผลการตรวจที่ยื่นมาให้แพทยสภาเป็นข้อมูลเท็จ โทษก็จะหนักขึ้น”ศ.นพ.สมศักดิ์กล่าว
ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่วัดพระธรรมกายโดยร.ท.นพ.ชูชัย พรพัฒนาพันธุ์ในฐานะแพทย์ผู้ให้การรักษาพระธัมมชโยยื่นเรื่องให้แพทยสภาส่งแพทย์ที่เป็นกลางเข้าไปตรวจวินิจอาการอาพาธของพระธัมมชโยและแพทยสภารับเรื่องจะส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจวินิจฉัยแต่มีเงื่อนไขว่าต้องได้รับหนังสือยินนั้น ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2559 ร.ท.นพ.ชูชัยได้ส่งหนังสือมายังแพทยสภา โดยระบุว่าแพทยสภาไม่ต้องส่งแพทย์เข้าไปตรวจอาการอาพาธพระธัมมชโยแล้ว ให้เหตุผล 2 ประการ คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ การตรวจวินิจฉัยของแพทย์คนกลางจากแพทยสภาจะไม่มีผลต่อรูปคดี เจ้าหน้าที่ไม่รับฟัง และ 2.เพื่อให้เป็นการสร้างความกดดันให้เกิดกับแพทยสภา

พระพยอมขอโทษ หลังไม่พบพระธัมมชโยกล่าวร้ายภิกษุรูปอื่น

ลูกศิษย์พร้อมทนายแถลงยันหลวงตาจันทร์ไม่เอี่ยวซากสัตว์ป่า

ลูกศิษย์พร้อมทนายแถลงยันหลวงตาจันทร์ไม่เอี่ยวซากสัตว์ป่า
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 9 มิถุนายน 2559 ที่บริเวณหน้าประตูเหล็กด่านเก็บตั๋วเข้าชมเสือโคร่งวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี นายศิริ หวังบุญเกิด อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย กทม.อดีตกรรมการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอนุกรรมการสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นตัวแทนพระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เปิดแถลงข่าว กรณี นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมกำลังนำหมายค้นมาขนย้ายเสือโคร่งของกลางจำนวน 147 ตัว รวมทั้งการตรวจค้นพบซากสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดต่างๆ ออกไปจากวัด ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.ถึง 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ร่วมแถลงท่ามกลางสื่อมวลชนทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารชุดประสานงานประจำพื้นที่ ร.29 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรโยค รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง คอยสังเกตการณ์

นายศิริ หวังบุญเกิด แถลงข่าวในฐานะตัวแทนพระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ ว่าจากข่าวที่ออกไปปัจจุบันทำให้วัดป่าหลวงตามหาบัวฯมันเปรียบเสมือนซ่องโจร และกลายเป็นสถานที่ค้าสัตว์ป่าไปแล้ว ผมต้องกราบเรียนสื่อมวลชนทั้งหลายว่า ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ตามที่เป็นข่าว ข่าวที่ออกนั้นไปทุกอย่างไปลงที่พระอาจารย์ทั้งหมด
เหตุการณ์เริ่มแรกคือ อดีตนายสัตวแพทย์สมชัย ที่เคยดูแลเสือที่วัดป่าแห่งนี้ และดูแลเสืออยู่ที่วัดมานานถึง 17 ปี และเป็นผู้รับฝากเสือตั้งแต่มีอยู่ 6-7 ตัว เมื่อปี 44 ซึ่งเสือจำนวนดังกล่าว เป็นทรัพย์ของแผ่นดิน และเสือทั้งหมดเป็นเสือที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีอยู่วันหนึ่งมีคนไปร้องเรียนที่กรมอุทยานฯ บอกว่า เสือหายไป 3 ตัว และมีคนเอาไมโครชิพของเสือทั้ง 3 ตัวมาคืนให้กับหมอสมชัย โดยหมอสมชัยได้นำไมโครชิพของเสือทั้ง 3 ตัวไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ซึ่งการเอาไมโครชิพออกมา นั่นแสดงว่า เสือนั้นต้องตายไปแล้ว และกรมอุทยานฯก็รับลูกต่อจากหมอสมชัย แล้วเข้ามาจับเพื่อยึดเสือที่มีอยู่

นายศิริ กล่าวอีกว่า ทำไมกรมอุทยานฯจึงไม่นำหมอสมชัย ผู้ดูแลเสือในขณะนั้นไปดำเนินคดี และให้ไปตามหาคนที่นำไมโครชิพมาให้หมอสมชัย ทุกวันนี้ก็ยังมีการพูดกันลอยๆว่าเสือหาย แต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆทั้งสิ้น ตามข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งหาคนที่นำไมโครชิพมาคืนให้หมอสมชัย จากนั้นก็สืบสวนหาตัวบุคคลที่นำเสือไปถึงจะถูกต้อง เมื่อทราบก็ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลนั้น เพราะเสือที่มีอยู่หลวงตาไม่รู้หรอกว่าเสือมีกี่ตัว ยกเว้นจะได้รับการรายงานจากสัตวแพทย์ที่รับผิดชอบ ซึ่งสัตวแพทย์แจ้งมาว่า เสือมีจำนวนเท่าไหร่ หลวงพ่อก็ต้องเชื่อตามนั้น ส่วนการดองเสือหลวงพ่อก็ไม่ได้เป็นคนทำ คนที่ทำคือ สัตวแพทย์เท่านั้น ต้องไปถามสัตวแพทย์เท่านั้น

“ทุกวันนี้กรมอุทยานฯได้นำหมายค้นมาค้นที่วัดและมีการจับเสือของกลางซึ่งเป็นของกรมอุทยานฯเอง นั่นหมายถึงกรมอุทยานฯได้มาจับเสือ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของตนเอง มันเป็นคดีแพ่ง และไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 แล้ว แต่กรมอุทยานฯกลับนำกำลังมาบังคับยึดเสือไป ผมถามว่าคุณมีอำนาจอะไร ดูกฎหมายมาถูกต้องหรือเปล่า” นายศิริกล่าว

ด้านนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนาย ได้ตอบคำถามต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีการค้นพบตะกรุดและซากหนังเสือว่า ของทั้งหมดไม่ใช่ของหลวงพ่อ แต่เป็นของคนที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม และผู้ที่ถูกจับกุมก็เป็นคนทำขึ้นมาเอง โดยเก็บไว้ในห้องพักของตนเอง แต่เมื่อมีคณะเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจค้น ก็เลยเกิดความกลัว จึงได้ขนย้ายไปเก็บไว้บนกุฏิของหลวงพ่อ เพราะคิดว่า เจ้าหน้าที่คงไม่กล้าขึ้นไปตรวจค้นบนกุฏิ

แต่มาภายหลัง เจ้าหน้าที่ได้ปูพรมตรวจค้นกุฏิทั้งหมด ด้วยความกลัวผู้ที่ถูกจับกุมจึงไปขนตะกรุดและซากหนังเสือที่ถูกตรวจยึดขึ้นไปไว้ที่รถยนต์กระบะแล้วขับออกไป โดยนิมนต์พระสงฆ์ขึ้นรถไปด้วยโดยที่ไม่รู้ว่ามีซากสัตว์เหล่านั้นอยู่ ซึ่งหลวงพ่อไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับซากสัตว์เหล่านั้นเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนมีการแถลงข่าว พระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงจาบัว ญาณสัมปันโน ประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้นั่งรถกอล์ฟออกมาวนเวียนอยู่ที่ประตูด้านในใกล้กับจุดที่ใช้สำหรับแถลงข่าว พร้อมทั้งโปรยอาหารให้กับสัตว์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีลูกศิษย์วัดเป็นคนขับให้ โดยขับวนเวียนไปมาประมาณ 3 รอบ จากนั้นก็ขับเข้าไปภายในทันที

ซึ่งการกระทำดังกล่าว คาดว่า หลวงตาจันทร์คงต้องการให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพ เพื่อให้นำเสนอข่าวให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า ยังคงปักหลักอยู่ภายในวัด ไม่ได้หนีไปไหน และหลังจากยุติการแถลงข่าว ก็ได้นั่งรถกอล์ฟออกมาที่เดิม ซึ่งสื่อมวลชนต่างกรูเข้าไปถ่ายภาพ แต่ครั้งนี้ ใช้เวลาไม่นานนัก ก็กลับเข้าไปภายในวัดตามเดิม

ตร.จ่อเรียกหลวงตาจันทร์ให้ปากคำหลังพบซากเสือในวัด

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2559 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวราขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวก่อนเข้าประชุมศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงความคืบหน้าการดำเนินการกับซากเสือโคร่งที่ตรวจยึดได้จากวัดป่าหลวงตาบัว อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการติดต่อกับพระวิสุทธิสารธร หรือ หลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดหลวงตาบัว ให้มาพบพนักงานสอบสวน ส่วนกรณีที่มีการเข้าตรวจค้นบ้านของนายธวัช ขจรชัยกุล หรือเสี่ยตง และพบเสือโคร่ง 4 ตัว ซึ่งคาดว่าเป็นแหล่งค้าสัตว์ป่าเครือข่ายวัดป่าหลวงตาบัวนั้น ขณะนี้เสี่ยตงยังคงให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล รวมถึงพยานหลักฐาน เพื่อเอาผิดกับเสี่ยตง ส่วนการขยายผลหาความเชื่อมโยงกระบวนการค้าเสือระหว่างประเทศนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ได้รับรายงานแต่อย่างใด

นอกจากนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ยังกล่าวถึงกรณีที่เต่ายูนิฟอร่า-เรดิเอต้า ถูกขโมยไปจากสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กว่า 70 ตัว จนมีการสั่งย้ายหัวหน้าสถานี พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน ว่า เรื่องนี้ตนเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเร็วๆ นี้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนในพื้นที่ ได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไว้มากพอสมควรแล้ว

ทั้งนี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนในพื้นที่ สภ.ศรีราชา ได้ลงพื้นที่ติดตามหาตัวคนร้าย จนกระทั่งทราบเบาะแส และรู้ตัวคนร้ายแล้ว แต่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐาน

 

ข่าวต่างศาสนา

รบ.-5ศาสนา ร่วมจัดพิธีเฉลิมพระเกียรติในหลวง

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน
พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงาน คริสตชนไทย รวมใจภักดิ์ เทิดไท้องค์ราชัน จัดพิธีนมัสการสรรเสริญ พระเจ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน ค.ศ. 2016  ณ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เขตบางรัก กรุงเทพฯ
พลเอก ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ด้วยรัฐบาล กำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559  โดยความร่วมมือบูรณาการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั่วประเทศ โดยการจัดพิธีถวายพระพรและถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เป็นการบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ  ประกอบด้วย สำนักพระราชวัง สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหมกระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร กรมการศาสนา (ศน.) สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม  วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก องค์การศาสนา 5 ศาสนาและสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยมีการจัดงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตามศาสนสถานต่างๆทั่วประเทศ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า สำหรับพิธีในส่วนกลาง ประกอบด้วย

  1. ศาสนาพุทธ พิธีตักบาตรพระสงฆ์770 รูป และพิธีเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ70 ปี 9 มิถุนายน ณ บริเวณพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
  2. ศาสนาอิสลามพิธีเฉลิมพระเกียรติและขอพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี วันที่ 9 มิถุนายน ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ เขตหนองจอก
  3. ศาสนาคริสต์ คริสตชนไทยรวมใจภักดิ์ เทิดไท้องค์ราชัน จัดพิธีนมัสการสรรเสริญพระเจ้า
    เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิง   ถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน ค.ศ. 2016 ณ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เขตบางรัก
  4. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู จัด 2แห่ง ได้แก่ พิธีกรรมบูชาสวดมนต์พิธีทางศาสนาพราหมณ์ – ฮินดูเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน ณ โบสถ์เทพมณเฑียร (สมาคมฮินดูสมาช) เขตพระนคร และพิธีสวดมนต์ขอพรที่วัดวิษณุ เขตยานนาวา
    5.ศาสนาซิกข์ จัด 2 แห่ง ได้แก่ ศาสนิกชาวไทยซิกข์ ร่วมใจรัก ภักดี ในองค์ราชันย์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน ณ ศาสนสถาน ศาสนาซิกข์ (ศรีคุรุสิงห์สภา สถาบันศาสนาซิกข์แห่งประเทศไทย) และ การจัดพิธีทางศาสนาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน ณ สมาคมนามธารีสังคัตแห่งประเทศไทย  เขตคลองเตย อย่างไรก็ตาม ในส่วนการจัดงานตามศาสนสถานทั่วประเทศขึ้นอยู่กับความพร้อมแต่ละศาสนสถาน จึงขอเชิญประชาชนเข้าร่วมพิธีแต่ละศาสนาทั่วประเทศ

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล เปิดอาคารละหมาดเพื่อให้นักเรียนใช้ในการประกอบศาสนกิจตามหลักศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะในเดือนรอมฎอน นี้

วันนี้ (9 มิ.ย. 59) นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดป้ายอาคารละหมาดโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล โดยการก่อสร้างอาคารดังกล่าว ได้รับการบริจาคงบประมาณก่อสร้างจากผู้มีจิตศรัทธา และได้รับการสนับสนุนจากตัวแทนของมูลนิธิอาบูบัก และประชาชนในพื้นที่ งบประมาณก่อสร้าง 800,000 บาท ตัวอาคารสามารถบรรจุนักเรียนได้ จำนวน 250 คน เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการประกอบศาสนกิจ และเพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามหลักการของศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะขณะนี้เข้าสู่ช่วงเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1437

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล เป็นโรงเรียนประจำเปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 523 คน คิดเป็นร้อยละ 56.90 ซึ่งนักเรียนทั้งหมดได้รับความรู้ตามหลักสูตรตาดีกา ภายใต้การแนะนำของสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล

 

ข่าวภัยโลก

ฝรั่งเศสประจำที่ปรึกษาทางทหารในซีเรียเพื่อช่วยกองกำลังเพื่อประชาธิปไตยในซีเรียหรือเอสดีเอฟต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส

-เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมกล่าววันนี้ว่า ฝรั่งเศสได้ประจำการที่ปรึกษาทางทหารไว้ในภาคเหนือของซีเรียเพื่อช่วยกองกำลังเพื่อประชาธิปไตยในซีเรียหรือเอสดีเอฟต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส เจ้าหน้าที่ผู้นั้นแจ้งต่อผู้สื่อข่าวโดยไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นเกี่ยวกับการประจำการของทหารฝรั่งเศสว่า การสู้รบที่เมืองมันบิจเป็นที่ชัดแจ้ง่าได้รับการสนับสนุนจากจำนวนประเทศที่แน่นอนที่มีฝรั่งเศสรวมอยู่ด้วยและเป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนตลอดมา

เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ 2 ครั้งในอิรัก มีผู้เสียชีวิตแล้วรวมอย่างน้อย 18 คน

เจ้าหน้าที่ตำรวจของอิรักกล่าวว่าเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ใกล้กับฐานทัพทางเหนือของกรุงแบกแดดในอิรัก และระเบิดอีกจุดหนึ่งใกล้กับตลาดกรุงแบกแดด ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 18 คน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานโดยอ้างคำพูดของแหล่งข่าวยศพันตำรวจเอกคนหนึ่งในอิรักว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 13.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย การโจมตีด้วยระเบิดรถยนต์เกิดขึ้นใกล้กับสถานีรถบัสในเมืองทาจิ ทางเหนือของกรุงแบกแดด และเป็นที่ตั้งของหนึ่งในฐานทัพที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพอิรัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คนและได้รับบาดเจ็บ 18 คน ด้านระเบิดรถยนต์อีกลูกหนึ่งเกิดขึ้นในเขตอัลจาดีดา ชุมชนชาวมุสลิมชีอะห์ในกรุงแบกแดดของอิรัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 คนบาดเจ็บ 27 คน ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงตนว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมากลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส.จะเป็นผู้ออกมาแสดงตัวว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีเกือบทุกครั้ง

 

ข่าววัฒนธรรม+ประเพณีและท่องเที่ยว

สถานทูตไทยกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกถวายราชสดุดีฉลองสิริราชสมบัติ 70 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 9 มิ.ย.2559 สถานเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ได้ร่วมจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี เพื่อแสดงความจงรักภักดี และและร่วมกันทำกิจกรรมการ เพื่อตั้งปณิธานความดี ถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมกันนี้ ยังเปิดโอกาสประชาชนชาวไทยร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกด้วย

ในเดียวกัน เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น นายบรรสาน บุนนาคเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เป็นประธานในพิธีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี รวมทั้งพิธีทำบุญตักบาตรและเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ หอประชุม สถานเอกอัครราชทูต กรุงโตเกียว โดยภริยาเอกอัครราชทูตฯ ข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ ข้าราชการทีมประเทศไทย ณ กรุงโตเกียว และชุมชนชาวไทยในญี่ปุ่นเข้าร่วมพิธีจำนวนกว่า 100 คน

ด้านสถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดยนายชัยรัตน์ พรทิพย์วรเวทย์ กงสุลใหญ่ฯ พร้อมด้วยข้าราชการ ตลอดจนพสกนิกรชาวไทยที่อาศัยในนครหนานหนิงและเมืองต่างๆ ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทั้งที่เป็นพนักงานบริษัท อาจารย์ในสถานศึกษา และนักเรียนแลกเปลี่ยน พร้อมใจเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อถวายพระพรชัยมงคล และเจริญจิตภาวนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสนี้ พสกนิกรที่เข้าร่วมพิธี ได้ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและลงนามถวายพระพรด้วย

ส่วนที่สาธารณรัฐเกาหลี นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล และภริยา พร้อมด้วยข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ข้าราชการทีมประเทศไทย และพสกนิกรชาวไทยในเกาหลีใต้ กว่า 200 คน ร่วมทำกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ที่วัดพุทธรังษีโซล เมืองพงดัม เกาหลีใต้

ขณะที่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป ไต้หวัน ได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ โดยนายพิรุณ ลายสมิต ผอ.ใหญ่สำนักงานการค้าฯ ได้นิมนต์พระสงฆ์ 5 รูปจากวัดพุทธรังษี เขตอิงเกอ ไต้หวัน มาประกอบพิธีสงฆ์และเจริญจิตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และสวดพระพุทธมนต์เทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้เป็นประธานพิธีนำข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยในประเทศฝรั่งเศส ร่วมจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และเทิดพระเกียรติในวโรกาสอันเป็นมหามงคลนี้ ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต ในวันนี้ (9 มิ.ย.) เวลา 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ประเทศฝรั่งเศส

เช่นเดียวกับ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ร่วมกับวัดไทยร่วมกับวัดญาณวิริยา 1 นครแวนคูเวอร์ และวัดพุทธปัญญานันทาราม เมืองเบอร์นาบี และชุมชนไทยในรัฐบริติชโคลัมเบีย และพื้นที่ใกล้เคียง จัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ นำโดย นางสุทธิลักษณ์ สง่ามั่งคั่ง กงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์ พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และคนไทยในพื้นที่ ร่วมงานพิธีตักบาตรพระภิกษุ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีสวดถวายพระพร และพิธีเจริญจิตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล อีกด้วย

ส่วนที่ประเทศเดนมาร์ก นางสาววิมล คิดชอบ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ และประชาชน ร่วมกันจัดกิจกรรม โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหารมาประกอบพิธีทำบุญและเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลและพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติฯ

พร้อมกันนั้น นายเรืองเดช มหาศรานนท์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู ได้นำชุมชนชาวไทยในกรุงลิมาร่วมถวายพระพรและเจริญจิตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมาหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศูนย์รวมแห่งความสามัคคีของปวงชนชาวไทย ตลอดจนระลึกถึงคุณความดีของพระองค์ในความมุ่งมั่น พากเพียร และพอเพียงซึ่งเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของปวงชนชาวไทยตลอด 70 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ

นอกจากนี้ พระศรีโพธิวิเทศ ประธานสงฆ์วัดไทยลุมพินี เป็นประธานนำพระนวกะโพธิและคณะผู้ปฏิบัติธรรมในโครงการบรรพชา อุปสมบท เทิดพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 ทำวัตรสวดมนต์ ลานหน้าพระอุโบสถวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล

ชาวจีนเบตง จังหวัดยะลา ร่วมใจกันจัดงานเทศกาลไหว้บะจ่าง และการแข่งขันกินบะจ่าง สร้างความสามัคคีของคนในชุมชน

วันนี้ (9 มิ.ย. 59) ที่บริเวณป้อมกวางหลง หมู่ที่ 1 ตำบลธารน้ำทิพย์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นายมนูญ พรมน้อย ปลัดอาวุโสอำเภอเบตง เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมศาสนา ประเพณี วัฒนธรรมเทศกาลไหว้บะจ่าง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ ร่วมงานในเทศกาลวันไหว้บะจ่าง

นายมนูญ พรมน้อย ปลัดอาวุโสอำเภอเบตง กล่าวว่า ในการจัดเทศกาลวันไหว้บะจ่าง ในวันนี้นั้นเพื่อเป็นการเซ่นไหว้ตามประเพณีความเชื่อของชาวจีน ทั้งนี้เพื่อให้ชาวจีนได้มีกิจกรรมรวมใจสามัคคีของคนในชุมชน ทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนากิจกรรมด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเบตงอีกด้วย ภายในงานจัดให้มีการแนะนำส่วนประกอบ และวิธีการทำบะจ่างอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชาวไทยเชื้อสายจีนรุ่นใหม่ๆ ให้ความสนใจมาก และอยากทดลองทำกันทุกคน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตำนานการทำไหว้บะจ่าง การแข่งขันกินบะจ่าง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

เทศกาลไหว้บะจ่าง ภาษาจีนเรียกว่า ตวนอู่ ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจีน มาจากตำนานของ ชวีเอวี๋ยน ในสมัยชุนชิว ที่เสียชีวิตในวันดังกล่าว ภายในแม่น้ำ และชาวบ้านที่ทราบข่าวถึงความรักชาติของเขา จึงช่วยกันออกตามหาภายในน้ำ และได้นำเอาอาหารที่เตรียมไว้ให้ ชวีเอวี๋ยน โยนลงแม่น้ำ เพื่อหวังว่าปลา ปู กุ้ง หอย ในน้ำจะกินอาหารพวกนี้ แทนการกัดกินร่างของชวีเอวี๋ยน ซึ่งนับแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อถึงวันนี้ทุกคนจะนำเครื่องเซ่น มาไหว้รำลึกถึง ชวีเอวี๋ยนที่ริมแม่น้ำ แต่พบว่าการโยนข้าวปั้นลงน้ำข้าวจะแตกออกจากกัน จึงนำเอาใบไม้มาห่อแล้วเอาด้ายสีต่างๆ มามัดไว้ จนกลายมาเป็นบะจ่างในปัจจุบัน

 

ข่าวภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประมวลสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 9 มิถุนายน 2559

ภาคเหนือ

ประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างฝายชะลอน้ำตามแนวทางประชารัฐ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวทางประชารัฐ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 โดยเริ่มดำเนินการในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ ที่บ้านผามูบ ต.แม่พลู อ.ลับแล รวม 70 แห่ง และจะขยายพื้นที่ในการจัดสร้างฝายเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายให้แล้วเสร็จต่อไป ซึ่งคาดหวังว่าการดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำแห่งนี้จะเป็นต้นแบบให้แก่ พื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณจากทางราชการ แต่สร้างขึ้นมาจากศรัทธาของประชาชนทุกภาคส่วนในรูปแบบประชารัฐที่แท้จริง เพื่อเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าของจังหวัดอุตรดิตถ์ให้คงความอุดม สมบูรณ์ มีน้ำเพื่อการอุปโภค – บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตรและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จ.กาฬสินธุ์ เร่งขุดลอกแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

รถแบคโฮจำนวน 2 คันต่างพาเร่งขุดดินใส่รถบรรทุกและลำเลียงออกจากหนองฮี บ้านโคกศรี ต.อุ่มเม่า อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ตามโครงการขุดลอกหนองฮี ขนาดความกว้าง 203 เมตร ยาว 413 เมตร ลึกเฉลี่ย 5.5 เมตร งบประมาณดำเนินงาน 6,480,000 บาท เพื่อเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำให้เพียงพอกับความต้องการประชาชนในการผลิตน้ำประปา

ทั้งนี้ เนื่องจากในหน้าแล้งของทุกปีที่ผ่านประชาชนชาวบ้านโคกศรี หมู่ที่ 4 , 6 ต.อุ่มเม่า จะขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา ทางจังหวัดกาฬสินธุ์ต้องใช้เครื่องสูบน้ำระยะไกลจากแหล่งน้ำอื่นเข้ามาเติม เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและจากการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฯ ของ พลเรือเอก ยุทธนา ฟักผลงาม และคณะ พบว่าใช้เวลาในการขุดลอกไปแล้วจำนวน 57 วัน ได้ผลงานรวมทั้งสิ้นร้อยละ 31 คงเหลือระยะเวลาดำเนินงานอีก 93 วันคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จตามระยะเวลากำหนด และที่สำคัญจะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดิบเพื่อนำไปผลิตน้ำประปาของ ประชาชนบ้านโคกศรีได้เป็นอย่างดี

ภาคกลาง

รวมพลังชาวสุพรรณบุรี กว่า 200 คน ขุดลอกคูคลองอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเดื่อ เฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมกันทั่วประเทศ

ที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเดื่ออัน เนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลนิคมกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี นายชัยรัตน์ เหมือนพลอย ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุพรรณบุรี พร้อมประชาชนในพื้นที่โครงการในพระราชดำริ จำนวน 8 โครงการ กว่า 200 คน ร่วมขุดลอกคูคลองเพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำ ให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ และเพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ทั้งการอุปโภค บริโภคและการเกษตร เนื่องในโอกาสมหามงคล 70 ปี แห่งการครองราชย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (9 มิ.ย.59) และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 พร้อมกับโครงการในพระราชดำริที่อยู่ในความรับผิดชอบของชลประทานทั่วประเทศ

ด้านนายสุเทพ กวยกิจรุ่งเรื่อง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ตำบลห้วยขมิ้น กล่าวเพิ่มเติมว่าสภาพพื้นที่ในบริเวณนี้เดิมมีสภาพแห้งแล้ง การปลูกพืช ต้องรอเพียงน้ำฝนเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อมีโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเดื่ออันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างมาก

ภาคใต้

ภาครัฐสนับสนุน 1.8 ล้าน ให้เกษตรกรพื้นที่ อ.ละงู จ.สตูล ดำเนินโครงการผันน้ำเข้าพื้นที่เกษตรเพื่อปลูกผักในฤดูแล้ง

นายสามารถ สยมภาค เกษตรจังหวัดสตูล กล่าวว่าโครงการผันน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรเพื่อปลูกผักในฤดูแล้ง ของเกษตรกรชาวอำเภอละงู เป็นโครงการที่ได้รับงบสนับสนุนตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกร วงเงิน 1,839,070 บาท เพื่อจัดหาเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ วางท่อส่งน้ำ ตลอดจนการจ้างแรงงานเกษตรกรในพื้นที่ในการวางท่อ ถือเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน อีกทั้งบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง

สำหรับจังหวัดสตูล ได้จัดโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาภัย แล้ง ปี 2558 – 2559 ทุกอำเภอ รวม 93 โครงการ มีเกษตรกรได้รับผลประโยชน์ 4,630 ราย โดยแบ่งเป็นโครงการปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่น เห็ด และปลูกผัก 31 โครงการ โครงการพืชและเกษตรอื่น ๆ เช่น เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา แปรรูปผลผลิต 49 โครงการ และโครงการนอกภาคการเกษตรอีก 13 โครงการ

 

ข่าวภัยสังคม & อาชญากรรม

สนช.ไฟเขียวกม.ชำระค่าปรับผ่านแบงค์-ร้านสะดวกซื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่1ทำหน้าที่ประธาน โดยได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.จราจรทางบก (เพิ่มช่องทางชำระค่าปรับ) พ.ศ..ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มี พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพาณิชย์ สมาชิกสนช.เป็นประธาน พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีสาระสำคัญคือ สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว คือ ให้เพิ่มช่องทางชำระค่าปรับตามใบสั่งด้วยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเครดิต หรือวิธีการอื่น โดยผ่านธนาคารหรือหน่วยบริการรับชำระเงินได้ ตามวิธีการและสถานที่ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด และเมื่อผู้ได้รับใบสั่งได้ชำระค่าปรับครบถ้วนถูกต้องแล้วให้คดีเป็นอันเลิกกัน

ทั้งนี้กรรมาธิการฯได้ตั้งข้อสังเกตให้กับคณะรัฐมนตรี 3เรื่องคือ1.การเพิ่มช่องทางชำระค่าปรับโดยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ควรจะต้องเปิดโอกาสให้ธนาคารหรือหน่วยบริการรับชำระเงินอื่นๆได้เข้าร่วมโครงการด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการผูกขาดรวมทั้งควรให้มีการพัฒนาระบบการรับชำระค่าปรับผ่านเครดิตจากทุกธนาคารได้ด้วย 2.เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและไม่ก่อให้เกิดภาระกับผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถเกินสมควร ควรกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้บริการการชำระค่าปรับตามใบสั่งโดยผ่านบัตรเครดิตของธนาคารไว้ในข้อตกลงในอัตราไม่เกินร้อยละ3ต่อหนึ่งใบสั่ง แต่หากเป็นการชำระด้วยเงินสดอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวต้องไม่เกิน20บาทต่อหนึ่งใบสั่งและ 3.เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการชำระค่าปรับตามร่างพ.ร.บ.นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรเร่งรัดในการออกกฎหมายอนุบัญญัติให้แล้วเสร็จภายใน60วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในวาระ3ด้วยคะแนน179เสียง การประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป