Breaking News

“สันติศึกษา” มุ่งสร้างวิศวกรสันติภาพชั้นสูง เพื่อสังคมสันติสุข

13087385_1314967171909835_1824195525791137679_n

อีกกิจกรรมหนึ่งเนื่องในงานเฉลิมฉลอง “วันวิสาขบูชา” วันสำคัญสากลของโลก ปี 2559 ที่หลักสูตรปริญญาโท และปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) กำลังเตรียมงาน “รวมพลคนทำงานสันติภาพ” จาก 5 ทวีปทั่วโลก ภายใต้หัวข้อ “จากสันติภาพโลกสู่สันติภาพชุมชน” (From Global Peace to Local Peace) เพราะความเชื่อที่ว่า “สันติภาพชุมชนคือจุดเริ่มต้นสันติภาพโลก” นับเป็นการรวมพลคนทำงานสันติภาพจาก 17 ประเทศ 5 ทวีป ครั้งสำคัญ เป้าหมายเพื่อสร้างตลาดสันติภาพ เปิดพื้นที่ให้เกิดการร่วมเรียนรู้ และแบ่งปันประสบการณ์ในการสร้างสันติสุข โดยกำหนดจัดให้มีขึ้น ณ บ้านท่าคอยนาง อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2559

 

 

11866335_932072530164822_5583431354504920117_n

พระอาจารย์หรรษา ธัมฺมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มจร. ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโท และปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นของโครงการหมู่บ้านสันติสุข แล้วพัฒนาการสู่ตำบลสันติสุข จากตำบลสันติสุข ก้าวสู่อำเภอสันติสุข ซึ่งทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดที่จะนำมาต่อยอดการพัฒนาคือ “พลังบวร” หากชุมชนต่างๆ ช่วยกันดึงพลังนี้ออกมาใช้อย่างเต็มศักยภาพ ย่อมเชื่อได้ว่า ชุมชนฐานรากจะมีความเข้มแข็ง และร่มเย็นเห็นสันติสุข ซึ่งจะส่งผลต่อสันติภาวะของสังคมโดยภาพรวม โครงการสามเณรเย็นยิ้มจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ไขไปสู่การเป็น “สังคมสันติสุข” อย่างยั่งยืน

 

 

11822357_932062730165802_587093606653644236_n

พระอาจารย์หรรษา กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของแนวคิดว่า อาตมานำเอาต้นแบบของหมู่บ้านสรรโวทัย เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา โดยท่านอริยะตะเน เป็นผู้ก่อสร้างหมู่บ้านสรรโวทัย เพื่อให้มีรูปแบบของสันติภาพที่ต้องเริ่มจากหมู่บ้านตนเองก่อน เช่นเดียวกับที่พระพุทธเจ้าตรัสบอกแก่พระสาวกรุ่นแรก 60 รูปให้เดินทางกลับไปพัฒนาบ้านของตนเอง จากฐานราก จากชุมชนที่ตนเองอยู่ สันติภาพไม่ได้มาจากไหน แต่เริ่มต้นจากหมู่บ้านจึงจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น จากนั้นอาตมาจึงวางแนวทางจากหมู่บ้านสันติสุข ที่มี 4 ตัวชี้วัด คือ 1.เรื่องกายภาพหรือสิ่งแวดล้อม พัฒนาเรื่องอาชีพ เศรษฐกิจพอเพียง การออม การปรับสภาพสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่อาศัย ให้เกิดเย็นตาเย็นใจ 2.เรื่องพฤติภาพ ด้วยการนำเอาศีล 5 มาเป็นพื้นฐานของพฤติภาพหรือพฤติกรรม ให้เกิดการประกันชีวิต ประกันทรัพย์สิน ประกันครอบครัว ประกันสังคมและประกันสุขภาพ เพราะศีล 5 กับการอภัยทานเป็นเรื่องเดียวกัน 3.เรื่องจิตภาพ คือการพัฒนาเรื่องจิตใจ เช่น การจัดบวชสามเณรเย็นยิ้ม มีการจัดค่ายคุณธรรมจริยธรรมของเด็ก พาพ่อแม่ของเด็กมาเข้าค่ายปฏิบัติธรรม ปฏิบัติกรรมฐานในวัด และการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่นศาลปู่ศาลตา การบวชต้นไม้ การส่งเสริมอาชีพ ซึ่งพื้นฐานก็คือการพัฒนาจิตใจของชาวบ้านนั่นเอง ต้องช่วยเขาพัฒนาให้มีความสงบร่มเย็นมากขึ้น และ4. เรื่องปัญญาภาพ พัฒนาเรื่องปัญญาไม่ให้คิดไปเอารัดเอาเปรียบคนอื่น มีปัญญาในการที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ดูแลเอาใจใส่เพื่อนมนุษย์ มีปัญญาว่าจะทำอย่างไรให้ผู้อื่นมีความสุข ซึ่งไม่ใช่ปัญญาที่คิดจะเอารัดเอาเปรียบ ไปช่วงชิงอะไรของเขา ทั้งหมดนี้คือกรอบที่อาตมาทำในช่วงเวลาที่ผ่านมา จึงทำให้มีหมู่บ้านสันติภาพ เกิดหมู่บ้านสันติสุขตามมา
พระอาจารย์หรรษา กล่าวถึงภาคปฏิบัติของนิสิตปริญญาโทสันติศึกษาว่า บ้านท่าคอยนาง ต.สวาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เป็นหมู่บ้านต้นแบบของหมู่บ้านสันติสุข ภายหลังนิสิตปริญญาโทสันติศึกษา ลงพื้นที่นำวิชาความรู้ และหลักการของศีล 5 เป็นกลไกการพัฒนา พบว่า วิถีชีวิตของชาวบ้านเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการออมก็ดีขึ้น สิ่งแวดล้อมก็เป็นระเบียบเรียบร้อยดีงามมากขึ้น พฤติกรรมก็เปลี่ยนมากขึ้น จากชาวบ้านที่เคยรุกล้ำถนนหนทางที่เป็นสาธารณะ เดิมทีทางเข้าหมู่บ้านขนาดกว้าง 8 เมตร รุกจนเหลือ 3 เมตรบ้าง 4 เมตรบ้าง เมื่อนำวิชาสันติวิธีกับประชาคมหมู่บ้านไปเจรจา ผู้ที่รุกล้ำ 60-70 ราย ก็ยอมคืนที่ดินให้กลับมาเป็นทางขนาด 8 เมตร 7 เมตรเช่นเดิม นอกจากนี้เรื่องของจิตใจก็มีความสุข มีความเยือกเย็นจากที่เราพาเขาไปปฏิบัติธรรม เดินจงกรม ร่วมกิจกรรมบวชสามเณรเย็นยิ้ม บวชเนกขัมมะสันติบารมี มีการจัดกิจกรรมทุกๆ วันสำคัญทางศาสนาตลอดระยะเวลา 2 ปี จึงเห็นได้ชัดจากพฤติกรรมที่มีการตักบาตรพระมากขึ้น ใส่บาตรพระกันแทบทุกหลังคาเรือน อย่างนี้เป็นต้น
“เรากำลังพัฒนาหมู่บ้านสันติสุขไปสู่หมู่บ้านช่อสะอาด หมู่บ้านช่อสะอาดนี้ ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ กำลังลงไปดูงาน โดยผู้บริหารหลักสูตรป.ป.ช.ทุกรุ่นจะต้องส่งนักศึกษาลงไปดูงานในพื้นที่จริง หมู่บ้านช่อสะอาดนี้ มี 4 สะอาด คือ สะอาดกาย สะอาดพฤติกรรม สะอาดจิตใจ สะอาดปัญญา หลักการก็ต่อยอดมาจากหมู่บ้านศีล 5 เมื่อต่อยอดมาเป็นหมู่บ้านสันติสุขแล้ว ก็ต่อยอดมาเป็นหมู่บ้านช่อสะอาด หมู่บ้านต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย ที่เป็นผลผลิตโดยนิสิตของเรา” พระอาจารย์หรรษากล่าว
เมื่อถามว่า นิสิตระดับปริญญาโทสันติศึกษาจบแล้วจะไปไหน พระอาจารย์หรรษากล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า ปัจจุบันเขาเหล่านั้นนำวิชาความรู้ไปใช้กับหน้าที่การงานของตน บ้างก็ไปเป็นผู้ไกล่เกลี่ยประนีประนอมประจำศาล ทั้งศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลกาญจนบุรี ศาลสระบุรี ศาลธัญบุรี และบ้างก็ไปเปิดศูนย์ประนีประนอมข้อพิพาทภาคเอกชน
พระอาจารย์หรรษา กล่าวย้ำว่า โดยความร่วมมือของสถาบันพระปกเกล้าและสำนักงานศาลยุติธรรม ที่เห็นความสำคัญของการสร้างวิศวกรสันติภาพระดับสูง สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงได้อนุมัติหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ปริญญาเอก) สาขาวิชาสันติศึกษา แล้ว และขณะนี้กำลังดำเนินการรับสมัครผู้เข้าศึกษาในรุ่นแรกในระดับปริญญาเอก ส่วนระดับปริญญาโทที่เป็นพื้นฐาน ยังคงเปิดรับสมัครต่อไปจนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2559

 

สอบถามโทร. 09-9924-5401, 0-3524-8000 ต่อ 8528 หรือเข้าดูที่ www.ps.mcu.ac.th
ณ. หนูแก้ว