Breaking News

ตามติดชีวิต “สามเณร” 24 ชั่วโมงกับภารกิจเพื่อพระพุทธศาสนา

7d

ตามติดชีวิต “สามเณร” 24 ชั่วโมงกับภารกิจเพื่อพระพุทธศาสนา

ช่วงปิดเทอม เป็นเวลาที่น้องๆ หลายคนมองหาที่ท่องเที่ยว ที่เล่นน้ำ ทะเล ภูเขา ที่ช๊อป ชิม ชิล ตามห้างสรรพสินค้า บ้างไปอยู่ตามร้านเกมส์ทั้งวัน บางคนอยากจะตื่นสายๆ นอนเล่นอยู่บ้าน ในขณะบางคนหาที่เรียนพิเศษ เรียกได้ว่าสุดแท้แต่ตัวเด็กจะสนใจ แต่มีน้องๆ กว่าปีละ ๔ แสนคน เลือกที่จะใช้ช่วงเวลาสุดหรรษานี้หันหน้าเข้าวัด โกนหัว ครองผ้าเหลือง เพื่ออยู่ในศีลในธรรม ภายใต้โครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน

 
ตัวเลขเด็กไทยบวชสามเณร อุปสมบทและบวชศีลจาริณีปีละ ๔ แสนคนนั้นถือว่าไม่น้อย แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาไม่สั้นๆ ก็ทำให้เด็กๆ เหล่านี้ได้เรียนรู้สิ่งดีๆ มากมาย อะไรที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจบวช บวชแล้วได้อะไร แล้วใน ๑ วัน พวกเขาปฏิบัติภารกิจวัตรเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างไร ในโอกาสที่ นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) พร้อมผู้บริหาร ได้ไปถวายภัตตาหารเช้าแด่สามเณรในโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อนฯ เมื่อเร็วๆ นี้ จึงได้ตามติดชีวิตของน้องๆ สามเณรเหล่านั้นมาเล่าสู่กันฟัง

 
เริ่มกันที่น้องๆ สามเณร วัดภคินีนาถ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร จำนวน ๘๙ รูป ที่เข้าร่วมกิจกรรมมาตั้งแต่วันพุธที่ ๖ – ๑๙ เมษายน ๒๕๕๙ ถ่ายทอดชีวิตกิจวัตรประจำวันผ่านบทกลอน “เสียงครวญจากลูกเณร” ได้อย่างพร้อมเพรียงกันเสียงดังฟังชัดว่า…

 

 

2d

“ตี ๔ เณรตื่นนอน เก็บเสื่อหมอนถอนความง่วง ล้างหน้าไม่อาวรณ์แล้วสัญจรไปครองผ้า พวกเรารู้หน้าที่มีวินัยใจเข้มแข็ง อากาศแม้ร้อนแรงท้องเหี่ยวแห้งไม่ย่อท้อ ตอนเช้าเที่ยวบิณฑบาตเดินโปรดสัตว์ทุกวันไป เจอโยมยิ้มหน้าใสยกมือไหว้ใส่บาตรมา ถึงวัดจัดสำรับมองดูกับน้ำลายกล้า ก่อนฉันต้องพิจารณาพวกว่าปฏิสังขาโยฯ สายๆ มาร่วมกันทำกิจกรรมตามประสา บางองค์ท่องตำราเพิ่มศรัทธาของญาติโยม กะว่าบวชครั้งนี้คงได้ดีมิเสียหน้า ไม่ยอมให้มารดาต้องระอาเพราะลูกเณร แม่จ๋าแม่ของเณรมองดูเณรซิแม่จ๋า ดูเณรให้เต็มตาว่าโสภาขนาดไหน ไม่รักคงไม่บวชโดนแม่สวดเลยบวชไป แม่บ่นเณรทนไหวด้วยใจรักจักแทนคุณ จีวรเหลืองอร่ามมองดูงามตามวิสัย โยมแม่จงมีชัยปลอดโรคภัยไร้โรคา ขอแม่จงศรัทธา…พุทธศาสนา เณรให้พร….”

 
สามเณร ธนากรณ์ พงษ์ภักดี กล่าวถึงสิ่งที่ได้จากการบวชครั้งนี้ว่า เมื่อนึกถึงคติธรรมที่ท่านผู้รู้ได้กล่าวไว้ จงรักคนอื่นเพื่อลดความเห็นแก่ตัว จงละความชั่ว เพื่อกระทำความดี จงสามัคคีเพื่อหนีไกลความหมางใจ จงให้อภัยเพื่อหนีไกลความร้าวราน จงให้ทานเพื่อประสานน้ำใจมิตร จงพิชิตความโหดร้ายด้วยเมตตา สังคมใดที่ใช้ธรรมมะ จะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข เพราะคนทุกคนมีเมตตาต่อกัน

 

 

6d

สามเณรทินภัทร รักเดช มาบวชเป็นปีที่ 2 บอกว่า เหตุผลที่มาบวชสามเณรภาคฤดูร้อนเพราะอยากได้ความรู้เกี่ยวกับธรรมมะ อยากฝึกสติ สมาธิ ศาสนพิธี เมื่อเข้ามาบวชทุกเช้าจะทำวัตรเช้า ออกบิณฑบาต อบรมและเรียนตามฐานต่างๆ ซึ่งสามเณรทินภัทรชอบฐานศาสนพิธีมากที่สุด ได้รู้จักการตั้งโต๊ะหมู่บูชา การนิมนต์มาในงานพิธีต่างๆ และจะนำความรู้เหล่านี้ไปบอกเล่าให้พ่อแม่ฟัง
สามเณรอนุรักษ์ ไชยนาม เล่าว่า “มาบวชเป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้น ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ เรียนรู้ธรรมะ คำสั่งสอนพระพุทธเจ้า และได้เล่าเรื่องที่น่าประทับใจว่าตอนบิณฑบาตไม่สวมรองเท้า เดินฝ่าแดด ถนนที่ร้อน มีเพื่อนถูกแก้วบาดบ้าง แต่เราก็ออกไปบิณฑบาตทุกวัน ฝึกความอดทน อดกลั้น แม้ว่าแดดจะแรงเท่าไหร่เราก็ต้องมีความอดทนครับ”

 
ไปกันที่ วัดทอง เขตบางพลัดกันบ้าง ใน ๑ วันน้องๆ สามเณร ๑๐๓ รูปได้เรียนรู้วิถีแห่งลูกผู้ชายต่อพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด ที่นี่มีสามเณรที่อายุน้อยๆ เป็นจำนวนมาก ดังเช่น สามเณรโฟโมสต์ วัยเพียง ๕ ขวบ เข้าร่วมฝึกฝนทุกๆ กิจกรรมกับพี่ๆ สามเณรคนอื่นโดยไม่งอแง ไม่ร้องไห้ หัดเข้าแถว ฝึกความอดทนนั่งสมาธิ สวดมนต์ บิณฑบาต ล้างบาตร เรียกได้ว่าพี่ทำอย่างไร น้องก็ทำได้ เป็นที่ชื่นชมแก่ทุกคนที่พบเห็น ในขณะที่สามเณรรุ่นพี่อย่าง สามเณรกวินท์ ชวลิตากุล วัย ๑๓ ปี บอกว่าการบวชครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้พระพุทธศาสนา ฝึกฝนตัวเองมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ

 
“การบวชสามเณรไม่ยาก เพียงเตรียมใจให้พร้อมกับทุกกิจกรรมก็พอ อย่างสามเณรชอบนั่งอ่านนิทานชาดก ชอบฝึกเทศน์มากเพราะจากที่เคยพูดไม่ชัด การฝึกเทศน์บ่อยๆ ทำให้พูดดีขึ้น นอกจากนี้ยังได้เพื่อนใหม่ ปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิ ใกล้ชิดพระรัตนตรัย การจัดแถวก็จะฝึกให้เรามีสามัคคี ถ้าคนข้างนอกไม่เคยมาบวชสามเณร ขอแนะนำให้มาบวชกัน ดีกว่าใช้เวลาว่างไปเล่นเกม หรือยกพวกตีกัน” สามเณรกวินท์ กล่าว

 

 

3d

สิ่งที่น้องๆ สามเณรปฎิบัตินั้น ไม่ได้เกิดประโยชน์เฉพาะแก่ตัวเองเท่านั้น แต่เกิดปิติ รอยยิ้ม ความภาคภูมิใจแก่คณะสงฆ์ รวมไปถึงคนสำคัญอย่างโยมพ่อโยมแม่ ญาติพี่น้องทั้ง 2 วัดด้วย รุ่งฟ้า จันทร์ประเสริฐ โยมแม่ของสามเณรกวินท์ บอกว่า ชอบพาลูกมาเรียนรู้พระพุทธศาสนาที่วัดตั้งแต่ยังเล็กๆ พออายุ 9 ปีเริ่มบวชปีแรกให้พ่อแม่ จากนั้นก็บวชมาเกือบทุกปี สิ่งที่ภาคภูมิใจคือได้เห็นลูกรู้ซึ้งถึงพระธรรมในพระพุทธศาสนา รู้บุญคุณพ่อแม่ รู้กาลเทศะ รู้จักช่วยเหลือตัวเอง และมีระเบียบวินัย จึงอยากฝากผู้ปกครองทุกคนพาลูกมาบวช จะได้ช่วยให้ลูกมีสมาธิ รู้ธรรม มีระเบียบ วินัย

 
ไม่ต่างกับ ปรีดี สถิตชัยวัฒนา โยมพ่อของสามเณรหนึ่งในวัดภคินีนาถ กล่าวว่า ในฐานะพ่อรู้สึกภาคภูมิใจลูกได้มาบวชสามเณรกับทางวัดและกรมการศาสนาครั้งนี้ เด็กจะไม่ใช้เวลาว่างไปเล่นเกม ทำสิ่งไม่มีประโยชน์ จากที่มาติดตามการบวชของลูก แม้สภาพอากาศจะร้อน เด็กก็มีความอดทน ได้อบรมกล่อมเกลาจิตใจจากพระพี่เลี้ยงเป็นอย่างดี หลังจากที่ลูกมาบวช ๑ สัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรม จากเด็กที่วิ่งเล่นซนๆ ก็กลายเป็นเด็กอดทน สำรวมมากขึ้น ในภาพรวมคิดว่าเด็กๆ ทุกคนสามารถนำความรู้ทางธรรมไปใช้ทางโลก ใช้เวลาไปเล่นเกมน้อยลง เลิกติดเกม ถือเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อเด็ก ต่อลูกหลานของเรา ขอขอบคุณกรมการศาสนาที่มีโครงการนี้และขอให้จัดตลอดไป